top of page

ใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง หรือเพื่อให้คนอื่นพอใจ? มุมมองทางจิตวิทยาที่หลายคนไม่เคยรู้

เรากำลังใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง หรือเพื่อให้คนอื่นพอใจ?


มีช่วงหนึ่งในชีวิตที่ทุกอย่าง “ดูถูกต้อง”งานดี ตำแหน่งดี รายได้มั่นคงแต่ข้างในกลับรู้สึกเหนื่อย ฝืน และเงียบงันอย่างอธิบายไม่ถูก


ในทางจิตวิทยา ความรู้สึกนี้ไม่ได้เกิดจากความไม่รู้จักพอแต่มักเกิดจาก ความไม่สอดคล้องระหว่างชีวิตภายนอก กับความต้องการแท้จริงภายใน



เมื่อคุณค่าของเราถูกผูกไว้กับการยอมรับ


นักจิตวิทยาอย่าง Carl Rogers อธิบายว่า หลายคนเติบโตมากับสิ่งที่เรียกว่า conditional positive regard คือการได้รับความรัก การยอมรับ หรือการเห็นคุณค่า เมื่อเราทำได้ดี หรือเป็นในแบบที่คนอื่นคาดหวัง


เมื่อเวลาผ่านไป เราอาจเริ่มเชื่อโดยไม่รู้ตัวว่า“ฉันมีค่า…ก็ต่อเมื่อฉันเก่ง ประสบความสำเร็จ หรือทำให้คนอื่นพอใจ”


งานวิจัยจำนวนมากพบว่าคนที่ผูกคุณค่าในตนเองกับการยอมรับจากภายนอก (external validation) มักมีความเครียด ความกังวล และความว่างเปล่าทางใจสูงแม้จะประสบความสำเร็จในสายตาสังคมก็ตาม นี่คือเหตุผลที่ทำให้บางคน “ได้ทุกอย่าง”แต่กลับรู้สึกเหมือนขาดบางอย่างที่สำคัญที่สุด


ชีวิตที่ไม่ได้ขับเคลื่อนจากข้างใน


ตาม Self-Determination Theory มนุษย์ต้องการ 3 สิ่งพื้นฐานเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีทางจิตใจการได้เลือกชีวิตด้วยตัวเอง (autonomy) ความรู้สึกว่าตนมีความสามารถ (competence) และความสัมพันธ์ที่มีความหมาย (relatedness)


เมื่อการตัดสินใจในชีวิตถูกขับเคลื่อนด้วยแรงกดดันภายนอกไม่ว่าจะเป็นความคาดหวังของครอบครัว สังคม หรือบทบาทหน้าที่แม้เราจะยังทำได้ดีและดูเข้มแข็งแต่ความรู้สึกเป็นเจ้าของชีวิตของตัวเองจะค่อย ๆ ลดลง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ burnout ทางอารมณ์ไม่ใช่เพราะเราไม่เก่งแต่เพราะเราไม่ได้ใช้ชีวิตจากข้างใน


หัวโขน: กลไกเอาตัวรอดที่เคยช่วยเรา


นักจิตวิทยา Donald Winnicott อธิบายแนวคิดเรื่อง False Self ว่ามนุษย์ทุกคนเรียนรู้ที่จะสร้าง “ตัวตนที่โลกยอมรับ”เพื่อเอาตัวรอด ปรับตัว และประสบความสำเร็จ หัวโขนเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายมันเคยช่วยให้เราไปถึงจุดที่เราอยู่วันนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป หากตัวตนแท้ (True Self) ไม่ได้มีพื้นที่เราจะเริ่มรู้สึกเหนื่อย ว่างเปล่า และเหมือนต้องแสดงบทบาทตลอดเวลา การอยากถอดหัวโขนไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอแต่คือสัญญาณว่า ตัวตนแท้ของเรากำลังเติบโต


ร่างกายมักรู้ก่อนเหตุผล


งานวิจัยด้าน somatic psychology ชี้ว่าร่างกายมักรับรู้ความไม่สอดคล้องในชีวิตได้ก่อนความคิด

ความเหนื่อยเรื้อรัง ความตึงในอก ไหล่ หรือคอความรู้สึกหนัก ฝืน หรือหมดแรงโดยไม่มีเหตุผลชัดเจนสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่อาการทางกายแต่คือข้อมูลว่า ชีวิตที่เราใช้อยู่ อาจไม่สอดคล้องกับใจของเราอีกต่อไป


คุณค่าแบบไม่มีเงื่อนไข


แนวคิด Self-Compassion เสนอวิธีมองคุณค่าในตัวเองแบบใหม่คือการยอมรับตัวเองอย่างเมตตาไม่ผูกคุณค่ากับความสำเร็จ บทบาท หรือการเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น


งานวิจัยพบว่าคนที่มี self-compassion สูงมีความยืดหยุ่นทางอารมณ์มากกว่ารับมือกับความล้มเหลวได้ดีกว่าและไม่จำเป็นต้องพิสูจน์คุณค่าให้ใครเห็นตลอดเวลา


นี่คือการเปลี่ยนจาก“ฉันมีค่าเพราะฉันทำได้ดี”ไปสู่“ฉันมีค่า เพราะฉันเป็นมนุษย์คนหนึ่ง”


Reflection: ชวนกลับมาฟังเสียงของตัวเอง

ก่อนจบบทความนี้ขอชวนคุณหยุดสักครู่ และถามตัวเองอย่างอ่อนโยน

  • วันนี้มีช่วงไหนที่ฉันตอบตกลง ทั้งที่ใจอยากปฏิเสธ?

  • การตัดสินใจสำคัญของฉัน มาจากความต้องการแท้จริง หรือจากความกลัวว่าจะทำให้ใครผิดหวัง?

  • หลังจากใช้ชีวิตไปทั้งวัน ฉันรู้สึกเบาและเป็นตัวเอง หรือเหนื่อยและต้องแสดงบทบาท?

  • ถ้าไม่มีใครมอง ไม่มีใครคาดหวัง ฉันอยากใช้ชีวิตวันนี้แตกต่างจากเดิมอย่างไร?

  • วันนี้ฉันสามารถยอมรับตัวเองได้ไหม แม้ไม่ได้ทำอะไรพิเศษเลย?


ไม่จำเป็นต้องมีคำตอบที่ชัดเจนแค่กล้าถามตัวเอง ก็เพียงพอแล้ว

เพราะในทางจิตวิทยาการรู้ตัว คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเสมอ


The Better Youไม่ใช่การเป็นคนที่ดีกว่าใครแต่คือการไม่ทอดทิ้งตัวเอง ระหว่างทางของชีวิต

The Better You 🤍


 
 
 

Comments


©2020 by Ungkana. Proudly created with Wix.com

bottom of page