top of page

เมื่อ "งาน" กลายเป็นไม้บรรทัดวัดคุณค่า: ปลดล็อกตัวเองจากกับดักความสำเร็จด้วย "จิตวิทยาความสำเร็จ" ที่ยั่งยืน

คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมยิ่งเราวิ่งตามความสำเร็จมากเท่าไหร่ ใจกลับยิ่งรู้สึกเปราะบางมากขึ้นเท่านั้น? หลายคนติดอยู่ในกับดักที่ใช้ "งาน" เป็นเครื่องมือเดียวในการยืนยันตัวตน (External Validation) จนลืมไปว่า จิตวิทยาความสำเร็จ ที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่จำนวนงานใน To-do list แต่คือการรักษาสมดุลระหว่าง "ผลงาน" และ "ตัวตน"



ปัญหาที่พบ: เมื่อความสำเร็จคือ "หน้ากาก" ของความกลัว


ในเคสที่เรามักพบในห้องบำบัดทางจิตวิทยา คือผู้ที่ทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับงาน ไม่ใช่เพียงเพราะอยากรวยหรือมีตำแหน่ง แต่เพราะเขา "กลัวการไม่เป็นที่ยอมรับ" หากหยุดวิ่ง เขาจะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรดีเลย


กลไกนี้เรียกว่า Contingent Self-Esteem หรือการเห็นคุณค่าในตนเองแบบมีเงื่อนไข ซึ่งนักจิตวิทยาพบว่าผู้ที่มีลักษณะนี้มักจะมีความวิตกกังวลสูง เพราะ "คุณค่า" ของพวกเขาแขวนอยู่บนผลลัพธ์ภายนอกที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา


การวิเคราะห์ทางจิตวิทยา: ทฤษฎีเบื้องหลังความพยายาม


ทำไมเราถึงเสพติดการทำงานเพื่อยืนยันคุณค่า? มีแนวคิดทางจิตวิทยาที่น่าสนใจดังนี้ครับ:

  1. Self-Determination Theory (SDT): ทฤษฎีนี้ระบุว่ามนุษย์ต้องการความรู้สึก "เก่ง" (Competence) แต่หากเราแสวงหาความเก่งเพื่อลบปมด้อยในใจ (Introjected Regulation) แทนที่จะทำเพราะความชอบจริงๆ งานนั้นจะกลายเป็น "กรงขัง" ที่คอยบีบคั้นเรา

  2. Locus of Control: หลายคนเลือกทุ่มเทให้งานเพราะมี "จุดควบคุม" ที่ชัดเจน คุณทำ 10 ได้ 10 ในขณะที่ความสัมพันธ์นั้นต่อให้คุณทุ่มเท 10 ผลลัพธ์อาจจะเป็น 0 ก็ได้ งานจึงกลายเป็น Safe Zone ที่เราใช้หลบหนีความเปราะบางในมิติอื่นของชีวิต

  3. Research Insight: งานวิจัยจาก Journal of Personality and Social Psychology ชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่ผูกคุณค่าตัวเองไว้กับความสำเร็จทางการเรียนหรือการงาน มีแนวโน้มจะเกิดภาวะซึมเศร้าได้ง่ายกว่า เมื่อต้องเผชิญกับความล้มเหลวเพียงเล็กน้อย


บทเรียนที่ได้รับ: คุณมีค่า...แม้ในวันที่ไม่ได้ทำอะไรเลย

บทเรียนสำคัญที่เราได้จากเคสเหล่านี้คือ "คุณค่าที่แท้จริง (Intrinsic Worth) ไม่ต้องแลกมาด้วยผลงาน"


งานเป็นเพียง "กิจกรรม" หนึ่งในชีวิต ไม่ใช่ "ทั้งหมด" ของตัวตนคุณ การแยกแยะระหว่าง "สิ่งที่ฉันทำ" (What I do) กับ "สิ่งที่ฉันเป็น" (Who I am) คือกุญแจสำคัญสู่สุขภาพจิตที่ดี


ข้อเสนอแนะในการนำไปปรับใช้ (Self-Awareness Practice)

หากคุณรู้สึกว่าความสุขของคุณขึ้นอยู่กับ To-do list มากเกินไป ลองใช้วิธีเหล่านี้นะคะ:

  • ฝึก Self-Compassion (การใจดีกับตัวเอง): ลองถามตัวเองว่า "ถ้าเพื่อนสนิททำงานพลาด เราจะด่าเขาเหมือนที่เราด่าตัวเองไหม?" ถ้าไม่... ก็เริ่มใจดีกับตัวเองบ้าง

  • สร้างความสำเร็จเล็กๆ นอกเรื่องงาน: ลองปลูกต้นไม้ วาดรูป หรือออกกำลังกาย กิจกรรมที่ไม่มี "KPI" มาตัดสิน จะช่วยให้คุณเห็นคุณค่าในมิติอื่น

  • เช็กสภาวะอารมณ์: ก่อนเริ่มงาน ลองสังเกตว่าวันนี้เราทำงานเพราะ "อยากสร้างสรรค์" หรือ "อยากให้คนชม" การรู้ทันแรงจูงใจจะช่วยลดความกดดันได้มหาศาล


สรุป: การมีความมุ่งมั่นในงานเป็นเรื่องดีครับ แต่จำไว้ว่า "คุณคือมนุษย์ (Human Being) ไม่ใช่เครื่องจักรทำงาน (Human Doing)" ความสำเร็จที่แท้จริงคือการที่คุณสามารถรักและโอบกอดตัวเองได้ แม้ในวันที่ไม้บรรทัดของโลกการทำงานจะบอกว่าคุณสอบตกก็ตาม

Comments


©2020 by Ungkana. Proudly created with Wix.com

bottom of page