top of page

ความผูกพัน: ทฤษฎีที่ช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและความสัมพันธ์

Updated: Feb 6

ทฤษฎีการผูกพัน เป็นรากฐานสำคัญของการวิจัยทางจิตวิทยา ช่วยให้เราเข้าใจความสัมพันธ์ของเราได้อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะความสัมพันธ์แบบโรแมนติก ทฤษฎีนี้ได้รับการพัฒนาโดย จอห์น บอลบี (John Bowlby) และต่อยอดโดย แมรี่ เอนส์เวิร์ธ (Mary Ainsworth) โดยชี้ให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในวัยเด็ก ส่งผลต่อรูปแบบทางอารมณ์และความสัมพันธ์ของเราตลอดชีวิต การเข้าใจรูปแบบความผูกพันของตัวเอง ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การศึกษาทางวิชาการ แต่เป็นก้าวสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและเติมเต็มมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงรูปแบบความผูกพัน ต้นกำเนิด ผลกระทบต่อความสัมพันธ์แบบโรแมนติก และวิธีการส่งเสริมการผูกพันที่มั่นคง (secure attachment) กันค่ะ

พื้นฐานของทฤษฎีรูปแบบความผูกพัน






แนวคิดของทฤษฎีความผูกพัน เกิดขึ้นจากการสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างทารกกับผู้เลี้ยงดูหลัก Bowlby เสนอว่า ความสัมพันธ์นี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการอยู่รอดของมนุษย์ Ainsworth ทำการทดลอง "สถานการณ์ประหลาด" (Strange Situation) ซึ่งทดลองในเด็กวัย 12-18 เดือน โดยเริ่มต้นให้เด็กเล่นกับคนเลี้ยงดูหลัก จากนั้นให้คนแปลกหน้าเข้ามาพูดคุย เล่นกับเด็ก ในขณะที่ผู้เลี้ยงดูยังอยู่ และให้ผู้เลี้ยงดูแยกออกไปในระยะสั้นๆ ในครั้งแรก และ กลับมาเล่นกับเด็กอีกครั้ง และ แยกจากอีก โดยมีระยะเวลานานขึ้น เพื่อทดสอบปฏิกิริยาของเด็ก ทำให้สามารถจัดรูปแบบการผูกพันหลักเป็น 3 แบบ (ต่อมาขยายเป็น 4 แบบ) โดยแต่ละแบบมีพฤติกรรมและทัศนคติต่อความสัมพันธ์ที่แตกต่างกันไป


  1. การผูกพันอย่างมั่นคง (secure attachment): บุคคลที่มีรูปแบบการผูกพันอย่างมั่นคง รู้สึกสบายใจทั้งกับความใกล้ชิดและความเป็นอิสระในความสัมพันธ์ โดยทั่วไปแล้วพวกเขาจะมีผู้เลี้ยงดูที่ตอบสนองต่อความต้องการ สร้างความรู้สึกมั่นคงและคู่ควรกับความรัก

  2. การผูกพันแบบกังวล-หมกมุ่น (anxious-preoccupied attachment): บุคคลที่กังวล มักต้องการความใกล้ชิดและความรัก แต่กลัวการผูกมัดและความรักแบบใกล้ชิด รูปแบบนี้มักเกิดจากการเลี้ยงดูที่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งความรักและความใส่ใจที่ได้รับไม่แน่นอน

  3. การผูกพันแบบหลีกเลี่ยง-ตัดขาด (dismissive-avoidant attachment): บุคคลที่มีรูปแบบนี้ให้ความสำคัญกับความเป็นอิสระเหนือสิ่งอื่นใด ไม่ต้องการความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด พวกเขาได้รับการเลี้ยงดูในแบบที่ผู้เลี้ยงไม่สนใจความต้องการของพวกเขา

  4. การผูกพันแบบหวาดกลัว-หลีกเลี่ยง (fearful-avoidant attachment) (เรียกอีกอย่างว่าไร้ระเบียบ): บุคคลที่มีรูปแบบความสัมพันธ์นี้ ต้องการความใกล้ชิดแต่กลัวการเจ็บปวดทางใจ ทำให้ส่งมีพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความสับสนและไม่แน่นอนในความสัมพันธ์ รูปแบบนี้เกิดจากประสบการณ์เลวร้ายหรือสภาพแวดล้อมการเลี้ยงดูที่คาดเดายาก



การเข้าใจรูปแบบการผูกพันเหล่านี้ ทำให้เราเข้าใจถึงพฤติกรรมการแสดงออกในรูปแบบต่างๆ ในความสัมพันธ์แบบโรแมนติก เมื่อเรารู้และเข้าใจก็สามารถที่จะปรับปรุงรูปแบบความผูกพันของเราเองไปสู่การมีปฏิสัมพันธ์ที่สุขภาพดีและเติบโตทางอารมณ์มากขึ้นได้



หากคุณรู้สึกกังวลเกี่ยวกับรูปแบบความผูกพันของคุณ​ การพูดคุยกับนักจิตวิทยาสามารถช่วยคุณได้ นักจิตวิทยาสามารถให้คำแนะนำ ปรับมุมมอง และช่วยพัฒนาทักษะในการสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงและสุขภาพดี




 

                      The Better You by Pair


เราเป็น Platform ที่แบ่งปันบทความด้านจิตวิทยาที่จะช่วยให้คุณสามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพจิตของคุณ


นอกจากนี้ เรายังมีบริการอื่นๆ ที่คุณสามารถใช้บริการได้ในรูปแบบออนไลน์ ได้แก่








39 views0 comments
bottom of page